ธรรมะวันนี้

จิตใจ14

 * ในยุคที่พระพุทธศาสนายังไม่บังเกิดขึ้น มีมาณพหนุ่มชื่อมฆมาณพ ท่านมีอัธยาศัยที่งดงาม ชอบสร้างรมณียสถานให้กับคนทั้งหลาย เพราะเป็นสถานที่เป็นที่รักที่ชอบใจของทุกคน เพราะฉะนั้น เวลาไปไหน ท่านจะถือจอบเสียมไปด้วย แล้วทำพื้นที่บริเวณต่างๆ ให้ราบเรียบ

     ต่อมาเพื่อนอีก ๓๒ คน เห็นมฆมาณพตั้งใจทำสิ่งที่ดี เพื่อประโยชน์สุขส่วนรวม จึงมาร่วมอุดมการณ์ ช่วยกันสร้างหนทางไปสู่สวรรค์ บางครั้งฝ่ายบ้านเมืองมองไม่เห็นความดี ถูกกลั่นแกล้งถึงขนาดเอาชีวิตเลยทีเดียว แต่ด้วยความตั้งใจที่จะสร้างความดี จึงทำให้สามารถรอดพ้นจากภยันตรายมาได้ แล้วยังได้รับการสนับสนุนจากพระราชา ให้ทำสิ่งที่ดีนี้ต่อไป สหายทั้ง ๓๓ คนได้ปรึกษากันว่า จะสร้างศาลาเป็นที่พักถาวรสำหรับมหาชนตรงทางสี่แยก จึงสั่งให้หาช่างมา แล้วเริ่มสร้างศาลาหลังใหญ่

     มฆมาณพมีภรรยา ๔ คน คือ นางสุชาดา นางสุธรรมา นางสุจิตราและนางสุนันทา นางสุธรรมาอยากมีส่วนบุญในการสร้างศาลาหลังใหญ่นั้น จึงจ้างช่างไม้ให้ทำช่อฟ้าอย่างดี ให้นำไปติดตั้งไว้บนศาลา พร้อมกับให้เขียนป้ายว่า ศาลาสุธรรมา ศาลาหลังนี้มี ๓ ส่วน คือ ส่วนหนึ่งทำเป็นที่พักของผู้หลักผู้ใหญ่ ส่วนหนึ่งสำหรับพวกคนยากคนจน อีกส่วนหนึ่งสำหรับคนเจ็บป่วย

     นางสุนันทาอยากได้บุญบ้าง จึงให้ขุดสระบัวไว้ใกล้ๆ ใครมาเยือนศาลาหลังนี้ก็สามารถลงไปอาบได้ตามชอบใจ นางสุจิตราให้ปลูกพุ่มไม้ดอกไม้ประดับ และไม้หอมนานาพันธุ์ ทุกคนที่มาพักศาลาแห่งนี้ต่างอดไม่ได้ที่จะต้องไปเดินเที่ยวในสวนนี้ ส่วนนางสุชาดากลับคิดว่า บุญใดที่สามีของเราได้ทำไว้ ก็เหมือนนางเป็นคนสร้างด้วย จึงเอาแต่เที่ยวส่องกระจกตกแต่งประดับประดาร่างกายเท่านั้น

     เมื่อมฆมาณพละจากมนุษยโลก ได้ไปบังเกิดเป็นท้าวสักกะบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เพื่อนบ้านทั้ง ๓๒ คน เป็นเทพบุตร เกิดในสำนักของท้าวสักกะ ปราสาทชื่อไพชยนต์ของท้าวสักกะผุดขึ้นสูงตั้งเจ็ดร้อยโยชน์ ด้วยผลแห่งไม้ช่อฟ้าของนางสุธรรมา จึงบังเกิดเทวสภา ชื่อสุธรรมา กว้างสามร้อยโยชน์ ด้วยผลแห่งสระบัวของนางสุนันทา เกิดสระบัวชื่อนันทากว้างห้าสิบโยชน์ และด้วยผลแห่งสวนพุ่มไม้ดอกไม้ประดับของนางสุจิตราเกิดอุทยานชื่อจิตรลดาวันกว้างหกสิบโยชน์

     ท้าวสักกะทรงตรวจดูมหาสมบัติ ทรงเห็นเทพธิดาทั้ง ๓ เท่านั้น แต่ไม่เห็นนางสุชาดา จึงตรวจดูด้วยทิพยจักษุ ทรงรู้ว่านางไปเกิดเป็นนางนกกระยาง เพราะไม่ยอมทำบุญกุศลใดๆ ไว้ พระอินทร์จึงเสด็จลงจากเทวโลกไปหานางนกกระยาง พร้อมกับตรัสบอกว่า “สุชาดาเอ๋ย เพราะเจ้าไม่ทำตามคำของเรา ที่ชักชวนให้สั่งสมบุญกุศลไว้ มัวแต่แต่งเนื้อแต่งตัว จงมาดูสมบัติของพวกเราบนสวรรค์เถิด” จากนั้นได้พานางไปเทวโลกด้วยฤทธานุภาพ ทรงปล่อยนางนกกระยางที่สระบัวชื่อนันทา ให้นกกระยางดูสมบัติอันเป็นทิพย์ ซึ่งบังเกิดขึ้นด้วยบุญญานุภาพ ที่ทำไว้ครั้งเมื่อยังเป็นมนุษย์นั่นเอง

     จากนั้นพระองค์ทรงนำนางไปปล่อยในหนองน้ำตามเดิม พลางตรัสว่า “ขอให้เธอรักษาศีลยิ่งชีวิต ถ้าทำได้ เธอจะได้เป็นใหญ่กว่าเหล่าเทพนารีทั้งหมดในดาวดึงส์” นางรับปากว่าจะรักษาศีล ๕ ให้ได้  ครั้นล่วงไปได้สองสามวัน ท้าวสักกะทรงคิดว่า นางรักษาศีลให้บริสุทธิ์ได้หรือไม่ จึงแปลงเป็นปลาใกล้ตาย นอนหงายท้องลอยน้ำมาตรงหน้านาง นางคิดว่า คงเป็นปลาตาย จึงคาบเอาที่หัว เมื่อเห็นปลากระดิกหาง ก็รู้ว่ายังไม่ตาย จึงปล่อยลงน้ำไป ท้าวสักกะทรงทดลองอยู่หลายครั้ง จนมั่นใจว่า นางตั้งใจรักษาศีลตามที่ทรงแนะนำ จึงประทับยืนในอากาศอนุโมทนากับนาง แล้วอันตรธานหายไป

     เนื่องจากเป็นสัตว์เดียรัจฉาน กว่าจะหาปลาตายสักตัวได้นั้น สุดแสนจะยากลำบากสำหรับนาง แต่อาศัยกำลังใจที่สูงส่ง นางจึงไม่ยอมละเมิดศีล เมื่อละจากอัตภาพนั้น บุญที่เกิดจากการรักษาศีล ส่งผลให้นางไปบังเกิดเป็นลูกสาวช่างหม้อ เมื่อท้าวสักกะรู้ว่านางได้เป็นมนุษย์แล้ว จึงแปลงเป็นชายแก่เอาฟักทองคำบรรทุกใส่ยานพาหนะไปจนเต็ม พลางป่าวประกาศว่า “พวกท่านทั้งหลายจงมารับเอาฟักทองคำนี้เถิด แต่เราจะให้เฉพาะผู้รักษาศีลเท่านั้น”

     ไม่มีชาวบ้านคนใดรักษาศีล ๕ ได้บริบูรณ์ จึงไม่มีผู้ใดรับเอาฟักทองคำกลับบ้านได้ มีเพียงสาวน้อยนั้นที่กล้าเอ่ยปากว่า ตนรักษาศีล ๕ ได้บริสุทธิ์ ชายแก่จึงมอบฟักทองคำให้นางพร้อมกับแนะนำให้หมั่นสั่งสมบุญให้ยิ่งๆ ขึ้นไป จากนั้น พระองค์ได้เสด็จจากไป สาวน้อยเมื่อจุติจากอัตภาพนั้นแล้วก็ได้ไปบังเกิดเป็นธิดาของท้าวเวปจิตติจอมอสูร

     ท้าวเวปจิตติคิดว่า จะทำวิวาหมงคลแก่ลูกสาว จึงให้พวกอสูรประชุมกัน ฝ่ายท้าวสักกะทรงตรวจดูว่า นางสุชาดาไปเกิดที่ไหน ทรงเห็นว่า เกิดในภพอสูรซึ่งเป็นคู่ปรปักษ์ศัตรูกับพระองค์ จึงหากุศโลบายที่จะนำนางมาเสวยทิพยสมบัติในดาวดึงส์ให้ได้ เมื่อรู้ว่า บัดนี้เป็นเวลาที่ธิดาของจอมอสูรจะเลือกคู่ พระองค์เห็นเป็นโอกาสดี จึงทรงแปลงกายเป็นอสูรแก่ประทับยืนท่ามกลางพวกอสูร โดยไม่มีใครสังเกตออก เพราะในมหาสมาคมนี้มีอสูรผู้มีฤทธิ์มีเดชมาชุมนุมกันมากมาย

     นางตรวจดูรู้ว่าเป็นท้าวสักกะแปลงมา เกิดความรักเพราะเคยอยู่ร่วมกันมาแต่ปางก่อน จึงเหวี่ยงพวงมาลัยไปคล้องคอท้าวสักกะ เมื่อท้าวสักกะเห็นว่านางเลือกพระองค์แล้ว จึงรีบจับแขนนางเหาะกลับขึ้นสู่สวรรค์ชั้นดาวดึงส์ทันที ทรงตั้งนางไว้ในตำแหน่งหัวหน้านางฟ้อน ๒๕ โกฏิ ความปรารถนาตั้งแต่ครั้งเป็นนางนกกระยาง ก็กลายเป็นความจริงด้วยอานิสงส์ที่ตั้งตนไว้ชอบ คือรักษาศีลได้อย่างบริสุทธิ์บริบูรณ์นี่เอง


ดาวน์โหลดเอกสารเพิ่มเติม1 : Download? (4 kb)
ดาวน์โหลดเอกสารเพิ่มเติม2 : Download? (4 kb)
ดาวน์โหลดเอกสารเพิ่มเติม3 : Download? (4 kb)
ดาวน์โหลดเอกสารเพิ่มเติม4 : Download? (4 kb)
ดาวน์โหลดเอกสารเพิ่มเติม5 : Download? (4 kb)
   
เขียนเมื่อ 27 กันยายน 2560| อ่าน 58
เขียนโดย charn
 
 
  อ่านธรรมะวันนี้อื่นๆ 10 อันดับล่าสุด
 
จิตใจ14
น ตํมาตา ปิตา กยิรา อญฺเญ วาปิจ ญาตกา สมฺมาปณิหิตํจิตฺตํ เสยฺยโส นํตโต กเร จิตที่ตั้งไว้ถูกต้อง ทำคนให้ประเสริฐประสบผลดี ยิ่งกว่าที่มารดาบิดา หรือญาติทั้งหลายใดๆ จะทำให้ได้[๐๓.๑๔] (๒๕/๑๓)
27/09/2560
เปิดอ่าน 58
 
จิตใจ 13
ทิโส ทิสํ ยนฺตํ กยิรา เวรี วา ปน เวรินํ มิจฺฉาปณิหิตํ จิตฺตํ ปาปิโย นํ ตโต กเร โจรกับโจร คนคู่เวรกัน พบกันเข้า พึงทำความพินาศและความทุกข์ใดแก่กัน จิตที่ตั้งไว้ผิด ทำแก่คนเลวร้ายยิ่งกว่านั้น[๐๓.๑๓] (๒๕/๑๓)
24/07/2560
เปิดอ่าน 212
 
จิตใจ12
เย จิตฺตํ สญฺญเมสฺสนฺติ โมกฺขนฺติ มารพนฺธนา ผู้รู้จักควบคุมจิตใจ จะพ้นไปได้จากบ่วงของมาร[๐๓.๑๒] (๒๕/๑๓)
23/06/2560
เปิดอ่าน 159
 
จิตใจ11
จิตฺเต อสงฺกิลิฏฺเฐ สุคติ ปาฏิกงฺขา เมื่อจิตไม่เศร้าหมอง สุคติเป็นอันหวังได้[๐๓.๑๑] (๑๒/๙๒)
17/06/2560
เปิดอ่าน 167
 
จิตใจ10
จิตฺเต สงฺกิลิฏฺเฐ ทุคฺคติ ปาฏิกงฺขา เมื่อจิตเศร้าหมองแล้ว ทุคติเป็นอันต้องหวัง[๐๓.๑๐]
14/06/2560
เปิดอ่าน 171
 
จิตใจ9
สจิตฺตมนุรกฺขถ จงตามรักษาจิตของตน[๐๓.๐๙] (๒๕/๓๓)
04/06/2560
เปิดอ่าน 149
 
จิตใจ8
จิตฺตํ รกฺเขถ เมธาวี ผู้มีปัญญา พึงรักษาจิต[๐๓.๐๘] (๒๕/๑๓)
22/04/2560
เปิดอ่าน 171
 
จิตใจ7
จิตฺตํ ทนฺตํ สุขาวหํ จิตที่ฝึกแล้ว นำสุขมาให้[๐๓.๐๗] (๒๕/๑๓)
01/04/2560
เปิดอ่าน 219
 
จิตใจ 6
จิตฺตสฺส ทมโถ สาธุ การฝึกจิต ให้เกิดผลดี [๐๓.๐๖] (๒๕/๑๓)
29/01/2560
เปิดอ่าน 239
 
จิตใจ5
จิตฺตสฺส ทมโถ สาธุ การฝึกจิต ให้เกิดผลดี [๐๓.๐๖] (๒๕/๑๓)
09/01/2560
เปิดอ่าน 193